1.เวลาเราได้ยินคำว่า ‘P2.5’ หรือ ‘P10’ ตัวอักษร P หมายถึงอะไร?
ตอบ:Pixel Pitch (ระยะห่างระหว่างเม็ดไฟ) ตัวเลขหลัง P คือระยะห่าง (หน่วยเป็นมิลลิเมตร) ยิ่งตัวเลขน้อย เม็ดไฟยิ่งถี่ ภาพยิ่งชัด
2.ถ้าต้องการติดตั้งจอ LED ไว้กลางแจ้งที่โดนแดดโดนฝนตลอดเวลา ควรเลือกจอแบบไหนดี?
ตอบ:จอสำหรับใช้ภายนอก (Outdoor) ที่มีค่า IP สูงๆ จอ Outdoor ออกแบบมาให้กันน้ำ กันฝุ่น และมีความสว่างสู้แสงอาทิตย์ได้
3.ทำไมเวลาเราดูจอ LED ในระยะใกล้มากๆ ถึงมองเห็นเป็นเม็ดๆ ไม่ชัดเหมือนจอทีวี?
ตอบ:เพราะจอ LED ออกแบบมาเพื่อให้มองจากระยะห่างที่เหมาะสม
4.ความสว่าง (Brightness) ของจอ LED สำหรับใช้งานภายนอก (Outdoor) มักจะมีค่าสูงกว่าภายในกี่เท่า?
ตอบ:ประมาณ 5-10 เท่า จอ Outdoor ต้องมีความสว่างสูงมาก (5,000-8,000 nits) เพื่อสู้แสงแดด ขณะที่จอ Indoor ใช้เพียง 600-1,200 nits
5.เมื่อใช้งานจอ LED ไปนานๆ แล้วมี ‘จุดมืด’ หรือ ‘สีเพี้ยน’ บางจุด เกิดจากอะไรได้บ้าง?
ตอบ:เม็ดไฟ LED หรือ IC ขับสัญญาณเสียบางจุด ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็กภายในโมดูลอาจเสื่อมสภาพหรือเสียหายจากการกระแทก
6.ทำไมการซ่อมจอ LED ถึงทำได้ง่ายกว่าจอทีวีขนาดใหญ่?
ตอบ:เพราะออกแบบเป็นแผงเล็กๆ (Module) ที่ถอดเปลี่ยนเฉพาะจุดได้ หากเสียบางจุด สามารถถอดแผงโมดูลส่วนที่เสียออกแล้วเปลี่ยนใหม่ได้ทันทีโดยไม่ต้องทิ้งทั้งจอ
7.หากต้องการติดตั้งจอ LED ในห้องประชุมขนาดเล็กที่คนดูนั่งใกล้หน้าจอมาก คุณควรเลือกค่า P แบบใดเพื่อให้ภาพไม่แตกเป็นเม็ด?
ตอบ:ค่า P น้อยๆ (เช่น P1.5) ตัวเลขที่น้อยหมายถึงระยะห่างระหว่างพิกเซลที่ถี่มาก ทำให้ภาพคมชัดแม้จะมองในระยะใกล้
8.ทำไมเราถึงมักใช้จอ LED แทนการใช้โปรเจคเตอร์ในงานแต่งงานที่จัดในห้องจัดเลี้ยงที่มีแสงสว่างมาก?
ตอบ:เพราะจอ LED สว่างสู้แสงไฟในห้องได้ดีกว่า จอ LED มีความสว่างในตัวสูงมาก ทำให้ภาพยังชัดเจนแม้จะเปิดไฟสว่างทั่วทั้งห้อง
9.จอ LED แบบ ‘Curve’ (จอโค้ง) มีจุดเด่นอย่างไรในการใช้งานบนเวที?
ตอบ:ทำให้ผู้ชมที่นั่งด้านข้างมองเห็นภาพได้ชัดเจนและโอบรับสายตามากขึ้น ความโค้งช่วยลดมุมสะท้อนและสร้างมิติการมองเห็นที่สมบูรณ์กว่าจอแบนราบในพื้นที่กว้าง
10.อัตราส่วนหน้าจอ (Aspect Ratio) มาตรฐานที่นิยมใช้เพื่อให้ภาพไม่ยืดหรือเบี้ยวคือเท่าไหร่?
ตอบ:16:9 (จอกว้าง) เป็นอัตราส่วนมาตรฐานของทีวีและวิดีโอระดับสากล ทำให้ภาพที่นำมาเปิดดูพอดีจอ


